National Park · Khon Kaen & Chaiyaphum · 100th of Thailand
Nam Phong National Park — อุทยานแห่งชาติน้ำพอง
Where sandstone mountains meet the waters of Ubolratana Reservoir
Khon Kaen · Chaiyaphum · Western Isan
ภูเขาหินทราย ป่าเต็งรัง และอ่างเก็บน้ำอุบลรัตน์ — ภูมิทัศน์อีสานที่เปิดกว้างโดยไม่ต้องปรุงแต่งมากนัก
Where Sandstone Meets Water
ทางตะวันตกของจังหวัดขอนแก่น ภูเขาหินทรายทอดตัวเป็นแนวยาวขนานไปกับผืนน้ำของอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ ที่นี่คือ อุทยานแห่งชาติน้ำพอง พื้นที่ธรรมชาติที่มีทั้งป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง ลานหิน หน้าผา และจุดชมวิวที่เปิดมุมมองออกไปไกลเหนือผืนป่าและอ่างเก็บน้ำ
น้ำพองอาจไม่ได้เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีภูเขาสูงที่สุด หรือมีน้ำตกขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย แต่เสน่ห์ของที่นี่อยู่ที่ ความสัมพันธ์ระหว่างภูเขา ป่า และผืนน้ำ
จากสันเขาและลานหินบนเทือกเขา เราสามารถมองเห็นอ่างเก็บน้ำอุบลรัตน์ทอดตัวอยู่เบื้องล่าง ขณะที่อีกด้านหนึ่งคือผืนป่าและภูเขาของภาคอีสาน
นี่คือภูมิทัศน์แบบอีสานที่ไม่ได้ต้องการการปรุงแต่งมากนัก
Mountain above. Forest between. Reservoir below.
At a Glance
- ชื่อภาษาไทย
- อุทยานแห่งชาติน้ำพอง
- English
- Nam Phong National Park
- จังหวัด
- ขอนแก่น และชัยภูมิ
- พื้นที่
- ประมาณ 197 km² · 123,125 ไร่
- ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ
- 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543
- ลำดับ
- อุทยานแห่งชาติลำดับที่ 100 ของประเทศไทย
- ภูมิประเทศหลัก
- เทือกเขาหินทราย · ลานหิน · หน้าผา · พื้นที่ป่า
- เทือกเขาสำคัญ
- ภูพานคำ · ภูเม็ง · ภูผาดำ–ภูผาแดง
- ระดับความสูงโดยทั่วไป
- ประมาณ 200–600 ม. จากระดับน้ำทะเลปานกลาง
- ระบบนิเวศเด่น
- ป่าเต็งรัง · ป่าเบญจพรรณ · ป่าดิบแล้ง · ทุ่งหญ้า · ป่าไผ่
- แหล่งน้ำสำคัญ
- อ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ · ลำน้ำที่มีต้นกำเนิดจากพื้นที่ป่า
ข้อมูลพื้นที่และการประกาศจัดตั้งอุทยานฯ สอดคล้องกับข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐ โดยอุทยานฯ ครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดขอนแก่นและชัยภูมิ และมีพื้นที่ประมาณ 123,125 ไร่
The Landscape
ภูเขาหินทราย ป่า และผืนน้ำ
ลักษณะภูมิประเทศของน้ำพองมีความเป็นอีสานอย่างชัดเจน
พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาหินทราย โดยมีโครงสร้างทางธรณีวิทยาที่เกี่ยวข้องกับหินชุดเขาวิหาร หินชุดภูกระดึง และหินชุดเสาขัว ขณะที่ดินในพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นดินร่วนปนทราย
เทือกเขาหลักของอุทยาน ได้แก่
- เทือกเขาภูพานคำ
- เทือกเขาภูเม็ง
- เทือกเขาภูผาดำ–ภูผาแดง
แนวเขาเหล่านี้ทอดตัวในแนวเหนือ–ใต้และมีความสัมพันธ์กับอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์อย่างใกล้ชิด
ด้านตะวันตกของพื้นที่มีลักษณะลาดชัน สลับกับหน้าผาและลานหิน ก่อนลดระดับลงสู่อ่างเก็บน้ำ ขณะที่ด้านตะวันออกเป็นพื้นที่ราบเชิงเขา
ระดับความสูงของพื้นที่โดยทั่วไปอยู่ประมาณ 200–600 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง
ภูมิประเทศแบบนี้เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้น้ำพองมีจุดชมวิวที่มองเห็นได้ทั้ง ป่า ภูเขา และผืนน้ำในเฟรมเดียว
A National Park Built Around Water
น้ำพองไม่ได้มีเพียงชื่อของแม่น้ำ
ชื่อ “น้ำพอง” เชื่อมโยงกับลำน้ำพอง ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบลำน้ำสำคัญของพื้นที่
อุทยานฯ ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ต้นน้ำของลำธารและลำน้ำหลายสาย โดยข้อมูลของหน่วยงานในพื้นที่ระบุถึงความสัมพันธ์กับลำน้ำพอง ลำน้ำเชิญ และลำน้ำชี
พื้นที่ป่าจึงมีความสำคัญมากกว่าการเป็นสถานที่ท่องเที่ยว
ป่าบนภูเขาทำหน้าที่เป็นพื้นที่รับน้ำ ขณะที่พื้นที่ลาดลงสู่บริเวณอ่างเก็บน้ำอุบลรัตน์เชื่อมโยงภูมิประเทศบนภูเขาเข้ากับระบบน้ำด้านล่าง
Mountain above.
Forest between.
Reservoir below.
A Brief History
จาก “น้ำพอง–ภูเม็ง” สู่ National Park No. 100
แนวคิดในการอนุรักษ์พื้นที่ป่าบริเวณนี้เริ่มต้นจากข้อเสนอของจังหวัดขอนแก่น โดยในระยะแรกมีการกล่าวถึงพื้นที่ในชื่อ “น้ำพอง–ภูเม็ง” เนื่องจากพื้นที่ส่วนหนึ่งอยู่ในบริเวณเทือกเขาภูเม็ง
จังหวัดขอนแก่นมีหนังสือเสนอให้พิจารณากำหนดพื้นที่ป่าอนุรักษ์เป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2538
การสำรวจในเวลาต่อมาพบว่าพื้นที่ยังมีสภาพป่าที่สมบูรณ์ มีความสำคัญในฐานะป่าต้นน้ำ และมีจุดเด่นด้านภูมิทัศน์และทิวทัศน์
จึงมีการพิจารณารวมพื้นที่ป่าใกล้เคียง รวมถึงป่าโสกแต้ ป่าภูเม็ง ป่าโคกหลวง ป่าภูผาดำ และป่าภูผาแดง รวมถึงพื้นที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์บางส่วน
ท้ายที่สุด อุทยานแห่งชาติน้ำพองได้รับการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 117 ตอนที่ 105 ก เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2543
และกลายเป็น อุทยานแห่งชาติลำดับที่ 100 ของประเทศไทย
The Forest
ป่าเต็งรังคือภาพหลักของน้ำพอง
ประมาณ 80% ของพื้นที่อุทยานฯ เป็นป่าเต็งรัง
นี่เป็นลักษณะที่ควรทำความเข้าใจเมื่อมาเที่ยวอุทยานแห่งนี้ เพราะภูมิทัศน์ของน้ำพองไม่ได้เป็นป่าดิบเขียวชื้นตลอดทั้งปีแบบอุทยานบางแห่งในภาคเหนือหรือภาคใต้
ป่าเต็งรังมีลักษณะสัมพันธ์กับสภาพอากาศที่มีฤดูแล้งชัดเจน พันธุ์ไม้ที่พบในพื้นที่ ได้แก่
- เต็ง
- รัง
- เหียง
- กระบก
- มะพอก
- ตะเคียนหิน
- ปรงป่า
- เถาวัลย์
- ไม้หนามชนิดต่าง ๆ
นอกจากนี้ยังมีป่าเบญจพรรณ ทุ่งหญ้า และป่าไผ่กระจายอยู่ในบางพื้นที่
บริเวณตอนกลางของพื้นที่ โดยเฉพาะแนวเทือกเขาภูพานคำและภูเม็ง ยังมีพื้นที่ป่าดิบแล้งที่สมบูรณ์กว่าโดยรอบ และเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับต้นน้ำและสัตว์ป่า
Wildlife
ป่าที่เงียบ ไม่ได้หมายความว่าไม่มีชีวิต
สัตว์ป่าในน้ำพองส่วนใหญ่เป็นสัตว์ขนาดกลางและขนาดเล็ก โดยพื้นที่ป่าดิบแล้งบริเวณเทือกเขาภูเม็งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความเหมาะสมต่อการอยู่อาศัยของสัตว์ป่า เนื่องจากมีแหล่งอาหารและถูกรบกวนจากมนุษย์น้อยกว่าในบางบริเวณ
สัตว์ที่มีรายงานว่าพบในพื้นที่ ได้แก่
- หมูป่า
- เก้ง
- สุนัขจิ้งจอก
- เม่น
- ตัวนิ่ม
- กระต่ายป่า
- ไก่ป่า
- งู
- นกหลายชนิด
สิ่งที่น่าสนใจคือสัตว์ป่าเหล่านี้ไม่ได้เป็น “จุดขายเพื่อให้นักท่องเที่ยวตามหา” แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่ควรปล่อยให้ดำรงอยู่ตามธรรมชาติ
พบร่องรอย · ได้ยินเสียงนก · เห็นจากระยะไกล — นั่นคือประสบการณ์ที่มีคุณค่า
What to See
จุดสำคัญของน้ำพอง
01 — Ubolratana Reservoir
อ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์
บริเวณใกล้ที่ทำการอุทยานฯ คือหนึ่งในภูมิทัศน์ที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดของน้ำพอง
อ่างเก็บน้ำอุบลรัตน์เปิดพื้นที่ให้มองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างภูเขากับผืนน้ำอย่างชัดเจน บริเวณนี้ยังสะท้อนวิถีชีวิตของชุมชนและชาวประมงในพื้นที่ และเป็นพื้นที่พักผ่อนที่เหมาะกับการชมทิวทัศน์ในช่วงเย็น
เมื่อแสงเริ่มอ่อนลง ผืนน้ำจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์แทนที่จะเป็นเพียง “ฉากหลัง” — นี่คือช่วงเวลาที่น้ำพองมีบุคลิกแตกต่างจากการมาเที่ยวในช่วงกลางวันอย่างชัดเจน
- Best for
- Landscape · sunset · relaxing · photography
02 — Hin Chang Si Viewpoint
จุดชมวิวหินช้างสี
ถ้าต้องเลือกเพียงหนึ่งสถานที่เพื่อทำความเข้าใจน้ำพอง หินช้างสีคือจุดที่ควรเริ่ม
หินช้างสีเป็นกลุ่มก้อนหินขนาดใหญ่บนสันเขาบริเวณป่าโสกแต้ ชื่อ “หินช้างสี” มาจากเรื่องเล่าที่ว่าช้างป่าเคยมาใช้ลำตัวสีกับก้อนหิน และทิ้งร่องรอยดินไว้บริเวณก้อนหิน
บริเวณด้านบนเป็นลานหินกว้าง เปิดมุมมองออกได้หลายทิศทาง — ด้านหนึ่งมองออกไปเห็นผืนป่าและเมืองขอนแก่นที่อยู่ไกลออกไป อีกด้านหนึ่งเปิดออกสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ และแนวภูเขาในพื้นที่โดยรอบ
จึงเป็นจุดที่สามารถเห็น “ขอนแก่นในมิติของภูมิประเทศ” ได้อย่างชัดเจน
ข้อมูลการท่องเที่ยวของหน่วยงานรัฐระบุว่า การเดินจากบริเวณที่ทำการอุทยานฯ ไปยังหินช้างสีใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ขณะที่สามารถเข้าถึงพื้นที่หินช้างสีจากบริเวณสวนป่าโสกแต้ได้เช่นกัน ทั้งนี้เวลาและรูปแบบการเข้าถึงควรตรวจสอบกับอุทยานฯ ก่อนเดินทาง เนื่องจากสภาพเส้นทางและการเปิดพื้นที่อาจเปลี่ยนแปลงได้
- Best for
- Sunrise · sunset · panoramic landscape · hiking · camping · stargazing
03 — Phalan Chad
พลาญชาด
จากหินช้างสี หากเดินต่อประมาณ 30 นาที จะพบ พลาญชาด หรือ ลานชาด
ลักษณะเด่นคือเป็นลานหินกว้างที่มีต้นชาด ซึ่งเป็นพืชพื้นถิ่นที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ต้นชาด” ขึ้นอยู่บนลาน พื้นที่เปิดทำให้สามารถมองเห็นภูมิประเทศโดยรอบได้ดี
หากเดินทางมาหินช้างสีแล้ว การแวะพลาญชาดจึงเป็นการต่อประสบการณ์จาก “จุดชมวิว” ไปสู่การทำความเข้าใจภูมิประเทศของลานหินและพืชพรรณบนพื้นที่หินทราย
- Best for
- Landscape · geology · nature walk
04 — Kham Phon
คำโพน
คำโพนเป็นหนึ่งในลักษณะธรณีสัณฐานที่น่าสนใจของน้ำพอง มีลักษณะเป็น บ่อหินกลมคล้ายปล่องภูเขาไฟ เกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติและธรณีวิทยา
แหล่งข้อมูลของกระทรวงวัฒนธรรมระบุขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไว้ประมาณ 5 เมตร
สิ่งที่น่าสนใจของคำโพนจึงไม่ได้อยู่ที่ความอลังการแบบน้ำตกหรือหน้าผาขนาดใหญ่ แต่คือการได้เห็นว่าภูมิประเทศหินทรายสามารถสร้างรูปทรงที่แตกต่างออกไปได้อย่างไร
สำหรับ ThailandLover จุดนี้เหมาะกับการเล่าเรื่อง Geology of Isan มากกว่าการนำเสนอเป็นเพียงจุดถ่ายรูป
05 — Pha Sawan
ผาสวรรค์
ผาสวรรค์เป็นลานหินขนาดใหญ่ที่ยื่นออกไปทางทิศเหนือและทิศตะวันตก จากพื้นที่เปิดดังกล่าวสามารถมองเห็นภูมิทัศน์ของอ่างเก็บน้ำและพื้นที่โดยรอบได้อย่างกว้างไกล
ผาสวรรค์อยู่ห่างจากหินช้างสีไปทางเหนือประมาณ 3 กิโลเมตร ตามข้อมูลแหล่งข้อมูลด้านวัฒนธรรม และการเข้าถึงมีความลำบากกว่าจุดชมวิวหลัก จึงเหมาะกับผู้ที่มีประสบการณ์เดินป่าและผู้ที่วางแผนพักค้างแรมมากกว่าการเดินทางแบบเร่งรีบไปเช้าเย็นกลับ
- Best for
- Hiking · wilderness experience · landscape
06 — Huai Khao Waterfall
น้ำตกห้วยเข
น้ำตกห้วยเขแตกต่างจากจุดชมวิวบนสันเขาอย่างชัดเจน เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่มีน้ำตามฤดูกาล ตั้งอยู่บริเวณบ้านคำปากดาว และอยู่ในความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติน้ำพอง
น้ำตกประเภทนี้มีความสวยงามแตกต่างกันตามฤดูกาล โดยเฉพาะหลังช่วงฝนที่มีน้ำมากกว่าในช่วงแล้ง
The Mountain of Phu Meng
ภูเม็ง
ภูเม็งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของภูมิประเทศน้ำพอง พื้นที่บริเวณนี้มีทั้งป่าเต็งรังและป่าดิบแล้ง และมีบทบาทสำคัญในฐานะพื้นที่ต้นน้ำ
พื้นที่ป่าที่ค่อนข้างสมบูรณ์ยังเป็นแหล่งสมุนไพรและเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า
สำหรับผู้ที่สนใจธรรมชาติมากกว่าการท่องเที่ยวแบบ sightseeing ภูเม็งจึงเป็นส่วนสำคัญในการทำความเข้าใจว่า น้ำพองไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเพียงจุดชมวิว แต่มีภูมิทัศน์ธรรมชาติที่ทำงานเป็นระบบเดียวกันทั้งผืนป่าและต้นน้ำ
Climate
น้ำพองมี 3 ฤดูอย่างชัดเจน
- Hot Season · มี.ค.–พ.ค.
- อากาศร้อน โดยเดือนเมษายนเป็นช่วงที่อุณหภูมิสูงที่สุดโดยเฉลี่ย พื้นที่ลานหินและจุดชมวิวที่เปิดโล่งอาจมีแดดแรง — ควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก และอุปกรณ์ป้องกันแดด
- Rainy Season · มิ.ย.–ต.ค.
- ฝนมาก โดยเฉพาะประมาณ ส.ค.–ต.ค. ป่าเขียวชอุ่มและน้ำตกตามฤดูกาลมีน้ำมากขึ้น แต่เส้นทางเดินและลานหินอาจเปียกลื่น
- Cool Season · พ.ย.–ก.พ.
- เหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้งมากที่สุด อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดของปีอยู่ในเดือนมกราคม
ข้อมูลภูมิอากาศที่เผยแพร่โดยหน่วยงานในพื้นที่ระบุว่าอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีอยู่ประมาณ 23.8–30.7°C และปริมาณฝนเฉลี่ยประมาณ 1,145.3 มม. ต่อปี
When to Go
แล้วน้ำพองสวยที่สุดเมื่อไร?
คำตอบขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณต้องการเห็น
| If you want | Go when |
|---|---|
| ชมวิวและอากาศสบาย | พ.ย.–ก.พ. — เหมาะกับเดินป่า ชมวิว และพักแรม |
| เห็นป่าเขียว | ฤดูฝน — ตรวจสอบสภาพเส้นทางและประกาศปิดพื้นที่ก่อน |
| ถ่าย Sunset | ช่วงเย็น — หินช้างสีและพื้นที่ใกล้อ่างเก็บน้ำ · Golden Hour |
| ดูดาว | พื้นที่สูงห่างจากแสงเมือง — น้ำพองถูกนำเสนอในบริบทพื้นที่อนุรักษ์ท้องฟ้ามืดด้วย |
Things to Do
Experience the Park, Don’t Just Visit It
- 01 — Scenic Hiking
- เส้นทางบริเวณหินช้างสี พลาญชาด และจุดชมวิวต่าง ๆ เหมาะกับการเดินเพื่อทำความเข้าใจภูมิประเทศมากกว่าการเดินเพื่อ “ไปให้ถึงจุดถ่ายรูป”
- 02 — Landscape Photography
- sandstone + forest + reservoir + sky — โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็น
- 03 — Camping
- บริเวณหินช้างสีมีพื้นที่สำหรับการพักแรม และในปี 2569 มีการปรับปรุงพื้นที่ลานกางเต็นท์เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยว
- 04 — Nature Study
- ป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง พืชพื้นล่าง และลักษณะธรณีสัณฐานของลานหิน — เหมาะกับการศึกษาธรรมชาติ
- 05 — Stargazing
- พื้นที่สูงและภูมิทัศน์เปิดบริเวณหินช้างสีเหมาะกับการชมท้องฟ้ายามค่ำคืน โดยเฉพาะเมื่อแสงรบกวนต่ำ
Getting There
From Khon Kaen
อุทยานแห่งชาติน้ำพองอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองขอนแก่น และสามารถเดินทางโดยรถยนต์ได้สะดวก
Route 1 — Khon Kaen → Chum Phae
จากตัวเมืองขอนแก่นใช้ทางหลวงหมายเลข 12 มุ่งหน้าไปทางอำเภอชุมแพ เมื่อถึงบริเวณประมาณกิโลเมตรที่ 30 ให้กลับรถและเลี้ยวเข้าสู่เส้นทางบ้านดอนดู่ จากนั้นใช้ทางหลวงชนบท ขก.2015 และต่อด้วย ขก.4014 ไปทางเขื่อนอุบลรัตน์
ระยะทางรวมประมาณ 49 กิโลเมตร จากขอนแก่นถึงที่ทำการอุทยานฯ
Route 2 — Khon Kaen → Ubolratana
อีกทางเลือกคือเดินทางจากขอนแก่นไปทางอำเภออุบลรัตน์ โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 2 จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 2109 เข้าสู่อำเภออุบลรัตน์ แล้วเชื่อมต่อกับทางหลวงชนบท ขก.4014 เลียบอ่างเก็บน้ำ
ระยะทางประมาณ 65 กิโลเมตร ตามข้อมูลที่เผยแพร่โดยหน่วยงานในพื้นที่
A Better Way to Experience Nam Phong
Don’t rush it.
น้ำพองสามารถเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้ แต่ถ้ามีเวลา การพักค้างคืนจะทำให้เห็นอีกด้านหนึ่งของอุทยาน
- Evening
- Reservoir → Golden Hour → Sunset
- Night
- Forest → Silence → Stars
- Morning
- Cool Air → First Light → Mountain Landscape
นี่คือจังหวะที่ทำให้น้ำพองแตกต่างจากการขับรถไปถ่ายรูปแล้วกลับ
Responsible Travel
Leave the landscape as you found it.
พื้นที่ธรรมชาติของน้ำพองมีคุณค่ามากกว่าภาพถ่าย เมื่อมาเยือนควร:
- เดินตามเส้นทางที่กำหนด
- ไม่เก็บหิน พืช หรือสิ่งมีชีวิตกลับบ้าน
- ไม่ให้อาหารสัตว์ป่า
- ไม่ส่งเสียงดังในพื้นที่ธรรมชาติ
- เก็บขยะกลับออกจากพื้นที่
- ใช้ไฟและพื้นที่กางเต็นท์ตามกฎของอุทยาน
- ไม่เข้าใกล้สัตว์ป่า
- ไม่ปีนหรือยืนในบริเวณหน้าผาที่มีความเสี่ยง
- ตรวจสอบประกาศปิดพื้นที่ก่อนเดินทาง
- เคารพเจ้าหน้าที่และชุมชนโดยรอบ
การท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติที่ดีไม่ใช่การทำให้ธรรมชาติ “รองรับนักท่องเที่ยวได้มากที่สุด” แต่คือการทำให้นักท่องเที่ยว เข้าไปในธรรมชาติได้โดยทิ้งผลกระทบให้น้อยที่สุด
Who Is Nam Phong For?
Perfect for
- Landscape lovers
- คนที่ชอบภูเขา ลานหิน และวิวกว้าง
- Photographers
- โดยเฉพาะสาย Landscape และ Sunset
- Campers
- ผู้ที่ต้องการพักท่ามกลางธรรมชาติและชมดาว
- Nature learners
- ผู้ที่สนใจป่าเต็งรัง ธรณีวิทยา และระบบต้นน้ำ
- Slow travelers
- คนที่ไม่จำเป็นต้องมี attraction จำนวนมาก แต่ต้องการใช้เวลากับภูมิทัศน์
Less suitable for
ผู้ที่ต้องการอุทยานที่มีน้ำตกขนาดใหญ่จำนวนมาก หรือกิจกรรมแบบ adventure ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบทุกประเภท
น้ำพองมีเสน่ห์จาก landscape, forest, geology และ openness — ไม่ใช่จากจำนวน attraction
Essential Information
- Park
- Nam Phong National Park · อุทยานแห่งชาติน้ำพอง
- Province
- Khon Kaen & Chaiyaphum
- Area
- ประมาณ 197 km² / 123,125 ไร่
- Established
- 15 November 2000
- National Park No.
- 100
- Landscape
- sandstone mountains, cliffs, rock terraces, forest and reservoir
- Main ecosystems
- dry dipterocarp · mixed deciduous · dry evergreen
- Major viewpoints
- Hin Chang Si · Phalan Chad · Pha Sawan
- Geological feature
- Kham Phon
- Seasonal waterfall
- Huai Khao Waterfall
- Main water landscape
- Ubolratana Reservoir
ข้อมูลด้านพื้นที่ ประวัติ ภูมิประเทศ ระบบนิเวศ และแหล่งท่องเที่ยวหลักอ้างอิงจากข้อมูลหน่วยงานรัฐและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอุทยานฯ
Before You Go
สถานะการเปิดพื้นที่ เส้นทางเดินป่า ลานกางเต็นท์ ที่พัก และน้ำตกอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล สภาพอากาศ การบริหารจัดการพื้นที่ และประกาศของอุทยานฯ
จึงควรตรวจสอบกับ อุทยานแห่งชาติน้ำพองโดยตรง ก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะหากต้องการเดินป่า พักค้างคืน หรือไปยังจุดที่อยู่ห่างจากพื้นที่บริการหลัก
FAQ
- Which provinces is Nam Phong in?
- Khon Kaen and Chaiyaphum.
- Which number national park is Nam Phong?
- Thailand’s 100th national park.
- How large is the park?
- About 123,125 rai · roughly 197 km².
- When was it established?
- 15 November 2543 (2000), announced in the Royal Gazette.
- What is the signature viewpoint?
- Hin Chang Si — sandstone terrace with forest, city and reservoir views.
- Best season?
- November–February for hiking, camping and clear views; rainy season for greener forest.
- How far from Khon Kaen?
- About 49 km via the Chum Phae / Ban Don Du route, or about 65 km via Ubolratana.
Location
Find Nam Phong on the map
Nam Phong National Park · Khon Kaen & Chaiyaphum, Thailand